หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

แนะนำองค์กร
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2477 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นตลาดวิชา เพื่อการศึกษาด้านกฎหมายและการเมือง สำหรับประชาชนทั่วไป โดยใช้ชื่อในขณะนั้นว่า “มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง” เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย และมีประวัติศาสตร์ผูกพันกับพัฒนาการทางการเมืองและความเป็นไปของชาติ ตลอดจนเรื่องของรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย นับตั้งแต่ พ.ศ. 2477 มีนักศึกษากว่า 240,000 คน ได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในจำนวนนี้ มีผู้ซึ่งต่อมาได้ดำรงตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ อาทิเช่น นายกรัฐมนตรี ประธานศาล ประธานรัฐสภา นักการเมือง เจ้าหน้าที่ระดับสูง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา จึงนับเป็นสถาบันการศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตบุคลากรเพื่อการพัฒนาประเทศ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดำเนินการตามพันธกิจในการให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการ และวิชาชีพชั้นสูง ให้บริการวิชาการแก่สังคมทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของชาติ และเป็นผู้นำในการผลักดันและส่งเสริมการสร้างโอกาส ความเสมอภาคและความถูกต้องของสังคมตามระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ดังคำกล่าวที่ว่า “ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชาชน”

แนะนำห้องสมุด
หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดสำนักงานอธิการบดี มีผู้บริหารสูงสุด คือ ผู้อำนวยการหอสมุดฯ มีหน้าที่และบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียน การสอน การวิจัยของมหาวิทยาลัย โดยเน้นการให้บริการวิชาการ แก่นักศึกษา อาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรอื่นๆ ของมหาวิทยาลัยในทุกสาขาวิชาและทุกระดับการศึกษาที่มหาวิทยาลัยเปิดสอน ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง มุ่งเน้นพัฒนาเสรีภาพแห่งการเรียนรู้ เสริมสร้างสังคมอุดมปัญญา รวมทั้งทำหน้าที่จัดหาและให้บริการทรัพยากรสารสนเทศในรูปแบบสิ่งพิมพ์และอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือ/นวัตกรรมที่นำสมัยเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าใช้บริการโดยปราศจากข้อจำกัดด้านเวลา สถานที่ และอุปกรณ์การเข้าถึง ตลอดจนพัฒนาบริการให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ
หอสมุดฯ มีการบริหารงานแบบศูนย์รวม แบ่งหน่วยงานออกเป็น 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักงานเลขานุการ ศูนย์ทรัพยากรสารสนเทศ ศูนย์บริการท่าพระจันทร์ ศูนย์บริการรังสิต และศูนย์บริการภูมิภาคและเครือข่าย โดยมีห้องสมุดในสังกัดจำนวน 10 แห่ง และ 1 ศูนย์การเรียนรู้ ภายใต้สังกัดศูนย์บริการท่าพระจันทร์จำนวน 6 แห่ง  คือ หอสมุดปรีดี พนมยงค์ ห้องสมุดสัญญา ธรรมศักดิ์ (คณะนิติศาสตร์) ห้องสมุดศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย (คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี) ห้องสมุดคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน  ห้องสมุดศาสตราจารย์ดิเรก ชัยนาม (คณะรัฐศาสตร์) และห้องสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ (คณะเศรษฐศาสตร์)  ศูนย์บริการรังสิตจำนวน 3 แห่ง และ 1 ศูนย์การเรียนรู้ คือ หอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ ห้องสมุดนงเยาว์ ชัยเสรี ห้องสมุดศูนย์รังสิต (คลังหนังสือ) และศูนย์การเรียนรู้กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และศูนย์บริการเครือข่ายและภูมิภาค 1 แห่ง คือ ห้องสมุดบุญชู ตรีทอง มธ.ศูนย์ลำปาง
นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดสังกัดศูนย์การเรียนรู้ภูมิภาคของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีก 1 แห่ง คือ ห้องสมุดศูนย์พัทยา (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา) ที่หอสมุดฯ มีบทบาทหน้าที่ในการร่วมพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศและบริการโดยให้การสนับสนุนการดำเนินงานด้านเทคนิคและงานบริการร่วมกัน และเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2560 หอสมุดฯ ได้รับโอนหอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้ามาเป็นหน่วยงานในสังกัด นับเป็นการขยายขอบเขตการกำกับดูแลของหอสมุดฯ ให้ครอบคลุมหน่วยบริการเอกสารข้อมูล เพื่อการปฏิบัติงานร่วมกันแบบบูรณาการ โดยเน้นการให้บริการนักศึกษา อาจารย์ และบุคลากรในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นหลัก  พร้อมกับเปิดให้บริการสำหรับประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นแหล่งบริการข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเสียค่าเข้าใช้บริการ 20 บาท/วัน
วิสัยทัศน์ (Vision)
เป็นหนึ่งในผู้นำด้านส่งเสริมการเรียนรู้และวิจัยทุกที่ทุกเวลาในระดับเอเชีย
พันธกิจ (Missions)
1.บริหารจัดการทรัพยากรสารสนเทศ
2.ให้บริการทรัพยากรสารสนเทศและสิ่งอำนวยความสะดวก
3.พัฒนาองค์กรสู่ความเป็นสากลอย่างยั่งยืน

Continue reading “หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์”

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2477 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นตลาดวิชา เพื่อการศึกษาด้านกฎหมายและการเมือง สำหรับประชาชนทั่วไป โดยใช้ชื่อในขณะนั้นว่า “มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง” เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย และมีประวัติศาสตร์ผูกพันกับพัฒนาการทางการเมืองและความเป็นไปของชาติ ตลอดจนเรื่องของรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย นับตั้งแต่ พ.ศ. 2477 มีนักศึกษากว่า 240,000 คน ได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในจำนวนนี้ มีผู้ซึ่งต่อมาได้ดำรงตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ อาทิเช่น นายกรัฐมนตรี ประธานศาล ประธานรัฐสภา นักการเมือง เจ้าหน้าที่ระดับสูง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา จึงนับเป็นสถาบันการศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตบุคลากรเพื่อการพัฒนาประเทศ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดำเนินการตามพันธกิจในการให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการ และวิชาชีพชั้นสูง ให้บริการวิชาการแก่สังคมทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของชาติ และเป็นผู้นำในการผลักดันและส่งเสริมการสร้างโอกาส ความเสมอภาคและความถูกต้องของสังคมตามระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ดังคำกล่าวที่ว่า “ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชาชน”

ศูนย์สารสนเทศสิทธิมนุษยชน

ศูนย์สารสนเทศสิทธิมนุษยชน สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นห้องสมุดเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชน ที่รวบรวมสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยและต่างประเทศ เปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าใช้บริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

วิสัยทัศน์

ศูนย์สารสนเทศสิทธิมนุษยชนเป็นองค์กรสารสนเทศ ด้านสิทธิมนุษยชนชั้นนำระดับชาติ

พันธกิจ

1. แสวงหา คัดเลือก จัดหา จัดเก็บ จัดระบบและให้บริการสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน แก่บุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และบุคคลทั่วไป
2. จัดหา พัฒนาและปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการและบริการสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
3. พัฒนาการให้บริการสารสนเทศที่หลากหลาย และตรงกับความต้องการของผู้ใช้บริการ
4. ส่งเสริมการรู้สารสนเทศ (Information Literacy) แก่บุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
5. แสวงหา และพัฒนาความร่วมมือระหว่างองค์การสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน Continue reading “ศูนย์สารสนเทศสิทธิมนุษยชน”

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ได้จัดตั้งขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 มาตรา 256 และมาตรา 257 บัญญัติให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง และฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย เสนอแนะนโยบาย และข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย และกฎต่อรัฐสภาหรือคณะรัฐมนตรีส่งเสริมการศึกษาวิจัย ส่งเสริมความร่วมมือและประสานงานระหว่างหน่วยราชการ องค์การเอกชน และองค์การอื่นในด้านสิทธิมนุษยชน และจัดทำรายงานประจำปีเพื่อประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ โดยได้บัญญัติให้มีสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นหน่วยงานอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่น

ประกอบกับพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 17 กำหนดให้มีสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภาโดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของประธานกรรมการ และมาตรา 18 บัญญัติให้สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับกิจการทั่วไปของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และให้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รับคำร้อง สืบสวนสอบสวน หรือตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมอบหมาย ศึกษาและสนับสนุนให้มีการศึกษาและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

ห้องสมุดวุฒิสภา

ห้องสมุดวุฒิสภาเป็นแหล่งรวบรวมทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภทของวุฒิสภาและสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ตลอดจนองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุและเอกสารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งสิ่งของที่ระลึกที่ได้รับจากภายในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาและรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ ห้องสมุดวุฒิสภาให้บริการแก่สมาชิกวุฒิสภา บุคลากรในหน่วยงาน ผู้เกี่ยวข้องในวงงานรัฐสภา ตลอดจนประชาชนทั่วไปและผู้สนใจ

ภารกิจหลัก

๑. ดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ จัดหา รวบรวมทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภทของวุฒิสภา
และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
๒. ดำเนินการวางระบบห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ จัดทำดรรชนีหมวดหมู่ และจัดฐานข้อมูลต่าง ๆ เพื่อสะดวกในการบริการค้นคว้าอ้างอิงให้แก่สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการและลูกจ้างของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องในวงงานวุฒิสภา และประชาชนทั่วไป
๓. ดำเนินการรวบรวม จัดเก็บวัตถุ หรือเอกสารที่มีค่าทางประวัติศาสตร์ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา รวมทั้งขอ ที่ระลึกที่ได้รับมาจากภายในและต่างประเทศ
๔. ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย Continue reading “ห้องสมุดวุฒิสภา”

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เป็นหน่วยงานราชการสังกัดรัฐสภา จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มีฐานะเทียบเท่ากรมและเป็นนิติบุคคล โดยมีเลขาธิการวุฒิสภาเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ ขึ้นตรงต่อประธานวุฒิสภา การบริหารราชการภายในแบ่งออกเป็น ๑๘ สำนักที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบครอบคลุมภารกิจและกิจกรรมด้านต่าง ๆ ของวุฒิสภา และ ๓ กลุ่มงานขึ้นตรงต่อเลขาธิการวุฒิสภา

อำนาจหน้าที่และบทบาทของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภามีบทบาทหน้าที่สำคัญในการสนับสนุนงานด้านวิชาการและธุรการของวุฒิสภา ตลอดจนสนับสนุน ส่งเสริมและเผยแพร่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขโดยเฉพาะบทบาทการดำเนินงานทางด้านนิติบัญญัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฯ ของวุฒิสภา อำนาจหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาแบ่งออกเป็น ๒ ด้าน คือ

ด้านวิชาการ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภามีหน้าที่ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์และวิจัยในเรื่องต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับประกอบการพิจารณาการดำเนินงานของสมาชิกวุฒิสภาตามบทบาทและอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภา ตลอดจนศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์และวิจัยรวมทั้งเปรียบเทียบข้อมูลของนานาอารยประเทศ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับสนับสนุนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับวงงานรัฐสภาต่างประเทศ ของวุฒิสภา

ด้านธุรการ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภามีหน้าที่รับผิดชอบในงานธุรการของวุฒิสภาทั้งในด้านการประชุมวุฒิสภา และการประชุมคณะกรรมาธิการ การประสานงานกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานตามภารกิจของวุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ ประกาศและคำสั่งได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาในการสนับสนุนและส่งเสริมการปฏิบัติงานตามภารกิจของวุฒิสภา ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่วุฒิสภามอบหมาย