ห้องสมุดสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน

ห้องสมุดสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นห้องสมุดเฉพาะ (Special library) ให้บริการพนักงานภายในและบุคคลทั่วไปด้วยสารสนเทศที่เน้นด้านกฎหมาย การเมืองการปกครอง ข้อมูลของผู้ตรวจการแผ่นดินของไทย และข้อมูลสารสนเทศจากผู้ตรวจการแผ่นดิน และองค์กรที่มีอำนาจคล้ายคลึงกันในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

ห้องสมุดเริ่มจัดตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2545 เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้ส่วนวิจัยและวิชาการ ในขณะนั้น โดยใช้ระบบจัดหมวดหมู่แบบทศนิยมดิวอี้ (Dewey Decimal Classification: DC) มีนักวิชาการเป็นผู้รับผิดชอบดูแลในการจัดการทรัพยากรสารสนเทศ ให้บริการยืม – คืน ด้วยระบบมือ จากนั้นในปี พ.ศ. 2550 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งงานและขอบเขตหน้าที่ของงานในสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยให้ห้องสมุดอยู่ในส่วนงานของ “ศูนย์ศึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน” และต่อมาสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหน่วยงานอีกครั้ง โดยในครั้งนี้ได้กำหนดให้ห้องสมุดอยู่ในการกำกับดูแลของ “สถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินศึกษา” เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา

ในปี พ.ศ. 2555 เริ่มมีการดำเนินงานห้องสมุดเต็มรูป มีบรรณารักษ์ทำหน้าที่ประจำห้องสมุด และได้นำระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Aleph เข้ามาบริหารงานห้องสมุด และให้บริการสืบค้นโดยใช้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ ผู้ใช้สามารถสืบค้นและยืม – คืน ทรัพยากรสารสนเทศได้สะดวก รวดเร็ว Continue reading “ห้องสมุดสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน”

ผู้ตรวจการแผ่นดิน (ของรัฐสภา)

ผู้ตรวจการแผ่นดิน (ของรัฐสภา) เกิดขึ้นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ที่ได้บัญญัติอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินให้ทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน กรณีที่ได้รับความเดือดร้อนและความไม่เป็นธรรมอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ หรือพนักงานของรัฐ ต่อมารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 กำหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามบทบัญญัติ มาตรา 242 – 245 โดยมีเจตนารมณ์สานต่อจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ที่มุ่งหวังให้มีกลไกการคุ้มครองสิทธิประชาชน และตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

อำนาจหน้าที่และบทบาทของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2552  กำหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่เพิ่มเติม ดังนี้

1.    พิจารณาและสอบสวนหาข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียนในกรณีการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนืออำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องเรียนหรือประชาชนโดยไม่เป็นธรรมไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ก็ตาม รวมทั้งให้มีหน้าที่ในการตรวจสอบการละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายขององค์กร ตามรัฐธรรมนูญและองค์กรในกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ไม่รวมถึงการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีของศาล

2. ดำเนินการเกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

3. ติดตาม ประเมินผล และจัดทำข้อเสนอแนะในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ รวมตลอดถึง ข้อพิจารณาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในกรณีที่เห็นว่าจำเป็น

4. รายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่พร้อมข้อสังเกตต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาทุกปี ทั้งนี้ ให้ประกาศรายงานดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษาและเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย

ในกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่าการกระทำของข้าราชการหรือพนักงานของรัฐ มีผลกระทบต่อความเสียหายของประชาชนส่วนรวม หรือเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะผู้ตรวจการแผ่นดินอาจพิจารณาสอบสวนได้ด้วยตนเองโดยไม่มีคำร้องเรียนได้

วิทยบริการศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

วิทยบริการศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง  เป็นแหล่งรวมความรู้ด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศ ให้บริการสื่อสารนิเทศต่างๆ  เก็บรวบรวมคำพิพากษาศาลชั้นต้น และคำพิพากษาศาลฎีกา ของคดีในอำนาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้ เหมาะสำหรับเป็นเครื่องมือในการวิจัย ผู้ที่จะทำการวิจัย จำเป็นต้องใช้ข้อมูลเบื้องต้นจากเรื่องที่มีอยู่แล้ว ให้บริการแก่บุคลากรภายในหน่วยงาน ตลอดจนประชาชนทั่วไปและผู้ที่สนใจ

ประเภทงานบริการ

งานบริการยืม-คืน
บริการช่วยค้นคว้า
มุมให้บริการ ห้องสื่อการเรียนรู้ มุมที่นั่งเดี่ยว Continue reading “วิทยบริการศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง”

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539  โดยมีเหตุผลให้การจัดตั้งเพื่อให้คดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นคดีที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากคดีอาญาและคดีแพ่ง โดยทั่วไปได้รับพิจารณาพิพากษา โดยผู้พิพากษาซึ่งมีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และมีบุคคลภายนอกซึ่งมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวเข้ามาร่วมพิจารณาและพิพากษาคดีด้วย ทั้งนี้เพื่อให้การพิจารณาคดีเป็นไปโดยรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เปิดทำการเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2540

คำถวายไว้อาลัยจากศาลปกครอง

14650657_1109717009064016_6464087114967610133_n

หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นหน่วยงานส่งเสริมและสนับสนุนการเรียน การสอน การวิจัยของมหาวิทยาลัย โดยเน้นการให้บริการวิชาการ แก่นักศึกษา อาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรอื่นๆ ของมหาวิทยาลัยในทุกสาขาวิชาและทุกระดับการศึกษาที่มหาวิทยาลัยเปิดสอน ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง มุ่งเน้นพัฒนาเสรีภาพแห่งการเรียนรู้ เสริมสร้างสังคมอุดมปัญญา ภายใต้การบริหารงานแบบรวมศูนย์ และมีระบบบริหารจัดการทรัพยากรสารสนเทศและมาตรฐานการบริการเป็นหนึ่งเดียว มีห้องสมุดในสังกัดจำนวน 9 แห่ง และ 1 ศูนย์การเรียนรู้ ตั้งอยู่ที่ท่าพระจันทร์จำนวน 6 แห่ง  คือ หอสมุดปรีดี พนมยงค์ ห้องสมุดสัญญา ธรรมศักดิ์ (คณะนิติศาสตร์) ห้องสมุดศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย (คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี) ห้องสมุดคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน  ห้องสมุดศาสตราจารย์ดิเรก ชัยนาม (คณะรัฐศาสตร์) และห้องสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ (คณะเศรษฐศาสตร์) ตั้งอยู่ที่ศูนย์รังสิตจำนวน 3 แห่ง และ 1 ศูนย์การเรียนรู้ คือ หอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ ห้องสมุดนงเยาว์ ชัยเสรี ห้องสมุดศูนย์รังสิต (คลังหนังสือ) และศูนย์การเรียนรู้กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งเปิดเป็นพื้นที่นั่งอ่านหนังสือ และให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง อาทิ บริการโน้ตบุ๊ค เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการสืบค้นข้อมูล และห้องประชุมกลุ่มย่อย เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดสังกัดศูนย์การเรียนรู้ภูมิภาคของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีกจำนวน 2 แห่ง คือ ห้องสมุดบุญชู ตรีทอง (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง) และห้องสมุดศูนย์พัทยา (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา)

โดยเน้นการให้บริการนักศึกษา อาจารย์ และบุคลากรในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นหลัก  พร้อมกับเปิดให้บริการสำหรับประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นแหล่งบริการข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเสียค่าเข้าใช้บริการ 20 บาท/วัน

วิสัยทัศน์ (Vision)

“เป็นห้องสมุดชั้นนำเพื่อการเรียนรู้ การวิจัย และการแบ่งปัน”

พันธกิจ (Missions)

• ส่งเสริมการเรียน การสอน การวิจัยของมหาวิทยาลัย
• ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย
• สงวนรักษาทรัพยากรสารสนเทศ Continue reading “หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์”

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2477 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นตลาดวิชา เพื่อการศึกษาด้านกฎหมายและการเมือง สำหรับประชาชนทั่วไป โดยใช้ชื่อในขณะนั้นว่า “มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง” เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย และมีประวัติศาสตร์ผูกพันกับพัฒนาการทางการเมืองและความเป็นไปของชาติ ตลอดจนเรื่องของรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย นับตั้งแต่ พ.ศ. 2477 มีนักศึกษากว่า 240,000 คน ได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในจำนวนนี้ มีผู้ซึ่งต่อมาได้ดำรงตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ อาทิเช่น นายกรัฐมนตรี ประธานศาล ประธานรัฐสภา นักการเมือง เจ้าหน้าที่ระดับสูง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา จึงนับเป็นสถาบันการศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตบุคลากรเพื่อการพัฒนาประเทศ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดำเนินการตามพันธกิจในการให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการ และวิชาชีพชั้นสูง ให้บริการวิชาการแก่สังคมทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของชาติ และเป็นผู้นำในการผลักดันและส่งเสริมการสร้างโอกาส ความเสมอภาคและความถูกต้องของสังคมตามระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ดังคำกล่าวที่ว่า “ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชาชน”

ศูนย์สารสนเทศสิทธิมนุษยชน

ศูนย์สารสนเทศสิทธิมนุษยชน สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นห้องสมุดเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชน ที่รวบรวมสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยและต่างประเทศ เปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าใช้บริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

วิสัยทัศน์

ศูนย์สารสนเทศสิทธิมนุษยชนเป็นองค์กรสารสนเทศ ด้านสิทธิมนุษยชนชั้นนำระดับชาติ

พันธกิจ

1. แสวงหา คัดเลือก จัดหา จัดเก็บ จัดระบบและให้บริการสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน แก่บุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และบุคคลทั่วไป
2. จัดหา พัฒนาและปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการและบริการสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
3. พัฒนาการให้บริการสารสนเทศที่หลากหลาย และตรงกับความต้องการของผู้ใช้บริการ
4. ส่งเสริมการรู้สารสนเทศ (Information Literacy) แก่บุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
5. แสวงหา และพัฒนาความร่วมมือระหว่างองค์การสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน Continue reading “ศูนย์สารสนเทศสิทธิมนุษยชน”

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ได้จัดตั้งขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 มาตรา 256 และมาตรา 257 บัญญัติให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง และฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย เสนอแนะนโยบาย และข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย และกฎต่อรัฐสภาหรือคณะรัฐมนตรีส่งเสริมการศึกษาวิจัย ส่งเสริมความร่วมมือและประสานงานระหว่างหน่วยราชการ องค์การเอกชน และองค์การอื่นในด้านสิทธิมนุษยชน และจัดทำรายงานประจำปีเพื่อประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ โดยได้บัญญัติให้มีสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นหน่วยงานอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่น

ประกอบกับพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 17 กำหนดให้มีสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภาโดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของประธานกรรมการ และมาตรา 18 บัญญัติให้สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับกิจการทั่วไปของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และให้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รับคำร้อง สืบสวนสอบสวน หรือตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมอบหมาย ศึกษาและสนับสนุนให้มีการศึกษาและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน